ปัจจุบันคนรักสุขภาพหันมาสนใจ “น้ำด่าง” และ “น้ำแร่” มากขึ้น เพราะเชื่อว่าช่วยล้างพิษและเสริมแร่ธาตุให้ร่างกาย แต่จริง ๆ แล้วน้ำทั้งสองชนิดนี้ต่างกัน ทั้งในเรื่องค่า pH แหล่งที่มา และผลต่อร่างกาย แพทย์เตือนควรเลือกดื่มให้เหมาะสม เพราะหากดื่มมากเกินไปอาจรบกวนสมดุลในร่างกายได้

ทำความเข้าใจ “น้ำด่าง” น้ำด่าง (Alkaline Water) คือน้ำที่มีค่า pH มากกว่า 7 ซึ่งอาจเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากแหล่งน้ำใต้ดิน หรือผ่านกระบวนการปรับค่า pH ด้วยไฟฟ้า ผู้ผลิตบางรายโฆษณาว่าสามารถช่วย “ลดกรดในร่างกาย” และ “ต้านอนุมูลอิสระ” ได้อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่ายังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพียงพอที่จะยืนยันว่าการดื่มน้ำด่างช่วยรักษาโรคได้จริง แต่สามารถดื่มได้ในปริมาณพอดีเพื่อความสดชื่น โดยไม่เกิน 1–2 แก้วต่อวันรู้จัก “น้ำแร่”น้ำแร่ (Mineral Water) คือน้ำธรรมชาติที่มีแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียมละลายอยู่ตามธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายหรือสูญเสียเหงื่อมาก เพราะช่วยทดแทนเกลือแร่ได้แต่หากดื่มมากเกินไป โดยเฉพาะน้ำแร่ที่มีโซเดียมสูง อาจทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นได้ จึงควรอ่านฉลากก่อนเลือกซื้อเลือกดื่มอย่างไรให้เหมาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันสูง หรือโรคไต ควรหลีกเลี่ยงน้ำแร่ที่มีโซเดียมสูงไม่ควรดื่มน้ำด่างมากเกินไป เพราะอาจรบกวนสมดุลกรด–ด่างในร่างกายหากต้องการแร่ธาตุจากธรรมชาติ ควรเลือกน้ำแร่ที่ได้รับการรับรองคุณภาพสำหรับคนทั่วไป การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการร่างกายในแต่ละวันก็เพียงพอแล้วสรุป“น้ำด่าง” และ “น้ำแร่” ต่างมีข้อดีในแบบของตัวเอง แต่ไม่ใช่น้ำวิเศษที่จะรักษาโรคได้ การเลือกดื่มให้เหมาะกับร่างกายและดื่มในปริมาณพอดีคือสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อรักษาสมดุลในร่างกายและสุขภาพที่ยั่งยืน

ข้อมูลอ้างอิง/แหล่งที่มา
https://chatgpt.com/c/68e87190-31ac-8320-ae32-3f6bd4123043
https://www.thaihealth.or.th
https://www.bangkokhospital.com/th/content/mineral-vs-alkaline-water